ไขข้อสงสัย ทำไมคอมพิวเตอร์ถึงเริ่มที่ไดรฟ์ C… แล้วไดรฟ์ A และ B หายไปไหน ?

ไขข้อสงสัย ทำไมคอมพิวเตอร์ถึงเริ่มที่ไดรฟ์ C… ทำไมถึงไม่เริ่มที่ไดรฟ์ A และ B ใครอยากรู้ ที่นี่มีคำตอบ !

ไดรฟ์ C

เวลาเปิดคอมพิวเตอร์แล้วเข้าไปดูในหน้า This PC (หรือ My Computer ในอดีต) หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทำไมฮาร์ดดิสก์หลักของเครื่องถึงเป็นไดรฟ์ C ทั้งที่ตามลำดับตัวอักษรแล้วมันควรเริ่มจาก A มากกว่า แล้วไดรฟ์ A กับ B หายไปไหน ? เรื่องนี้จริง ๆ แล้วมีที่มาจากยุคเริ่มต้นของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือ PC เมื่อหลายสิบปีก่อน และยังคงถูกสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันแม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปมากแล้วก็ตาม

จุดเริ่มต้นของไดรฟ์ A และ B มาจากยุคฟลอปปีดิสก์

ย้อนกลับไปในช่วงยุค 1970-1980 คอมพิวเตอร์ยังไม่มีฮาร์ดดิสก์ในตัวเหมือนทุกวันนี้ อุปกรณ์เก็บข้อมูลหลักที่ใช้กันคือ ฟลอปปีดิสก์ (Floppy Disk) หรือแผ่นดิสก์แบบบาง ๆ ที่ต้องเสียบเข้าเครื่องเพื่ออ่านและบันทึกข้อมูล โดยระบบปฏิบัติการในยุคนั้นจะกำหนดชื่อไดรฟ์ตามลำดับตัวอักษร

ไดรฟ์ C

1. ไดรฟ์ A : ถูกจองไว้สำหรับ "ระบบปฏิบัติการ"

ในยุคนั้น ไดรฟ์ A จะถูกใช้เป็นช่องเสียบแผ่นฟลอปปีดิสก์หลัก (มักจะเป็นแผ่นขนาด 5.25 นิ้ว และพัฒนาเป็น 3.5 นิ้วในเวลาต่อมา) เพื่อใช้บูตระบบปฏิบัติการ (เช่น MS-DOS) ขึ้นมาให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้

2. ไดรฟ์ B : ถูกจองไว้สำหรับ "โปรแกรมและข้อมูล"

เนื่องจากคอมพิวเตอร์ยุคนั้นไม่มีที่เก็บข้อมูลในตัว การจะรันโปรแกรมพร้อมกับเซฟงานไปด้วยโดยใช้ช่องเสียบแค่ช่องเดียวจึงต้องสลับแผ่นเข้าออกจนเหนื่อย ผู้ผลิตจึงเพิ่มช่องเสียบฟลอปปีดิสก์ช่องที่สองเข้ามา แล้วกำหนดให้เป็น ไดรฟ์ B เพื่อความสะดวกในการใช้งานนั่นเอง

แล้วไดรฟ์ C มาตอนไหน ?

เมื่อฮาร์ดดิสก์เริ่มได้รับความนิยมและถูกติดตั้งในคอมพิวเตอร์ IBM PC รวมถึงเครื่องที่ใช้ระบบ DOS ทาง Microsoft จึงกำหนดให้ฮาร์ดดิสก์หลักของเครื่องเริ่มต้นที่ตัวอักษร C เพราะ A และ B ถูกจองไว้ให้ฟลอปปีดิสก์ไปแล้ว

ไดรฟ์ C

หลังจากนั้นระบบปฏิบัติการ Windows ทุกเวอร์ชันก็ยังคงใช้แนวทางเดิมเพื่อความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์เก่า ทำให้ทุกวันนี้แม้จะไม่มีใครใช้ฟลอปปีดิสก์แล้ว แต่ไดรฟ์หลักของ Windows ก็ยังคงเป็น C: อยู่เหมือนเดิม

ทำไมไม่เปลี่ยนใหม่ให้เริ่มจาก A ไปเลย ?

สาเหตุสำคัญคือเรื่องความเข้ากันได้ของระบบหรือ Compatibility เพราะซอฟต์แวร์จำนวนมหาศาลถูกออกแบบมาให้ทำงานกับไดรฟ์ C มานานหลายสิบปี หากเปลี่ยนโครงสร้างใหม่อาจทำให้โปรแกรมเก่าเกิดปัญหาได้ Microsoft จึงเลือกคงระบบเดิมเอาไว้ แม้ว่าฟลอปปีดิสก์จะกลายเป็นเทคโนโลยีที่แทบไม่มีใครใช้แล้วก็ตาม

นอกจากนี้ Windows ยังสามารถกำหนดชื่อไดรฟ์อื่น ๆ ต่อจาก C ได้เรื่อย ๆ เช่น D, E, F สำหรับฮาร์ดดิสก์ลูกอื่น SSD แฟลชไดรฟ์ หรือไดรฟ์ DVD

ปัจจุบันยังมีไดรฟ์ A และ B ใช้งานได้ไหม ?

จริง ๆ แล้ว Windows ยังสามารถสร้างหรือกำหนดไดรฟ์ A และ B ได้ เพียงแต่โดยปกติระบบจะไม่ใช้เป็นค่าเริ่มต้น เพราะเดิมถูกออกแบบมาสำหรับฟลอปปีดิสก์ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บางคนอาจนำตัวอักษรเหล่านี้ไปใช้กับ USB Drive หรือไดรฟ์เสมือนหากต้องการได้เช่นกัน

สรุปแล้วเหตุผลที่คอมพิวเตอร์เริ่มต้นที่ไดรฟ์ C ไม่ใช่เพราะมีความหมายพิเศษอะไร แต่เป็นมรดกทางเทคโนโลยีจากยุคฟลอปปีดิสก์ที่ถูกสืบทอดต่อมายาวนานหลายสิบปี จนกลายเป็นมาตรฐานของระบบ Windows ไปโดยปริยาย แม้ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่จะไม่เคยเห็นฟลอปปีดิสก์ของจริงแล้วก็ตาม แต่ร่องรอยของเทคโนโลยียุคเก่าก็ยังคงอยู่ในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวัน อย่างเป็นไอคอนปุ่มเซฟไฟล์ที่เป็นรูปแผ่นฟลอปปีดิสก์ เป็นต้น

บทความเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เรื่องอื่น ๆ

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ไขข้อสงสัย ทำไมคอมพิวเตอร์ถึงเริ่มที่ไดรฟ์ C… แล้วไดรฟ์ A และ B หายไปไหน ? โพสต์เมื่อ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 17:22:43
TOP