Meta จดสิทธิบัตรเทคโนโลยี AI ที่สามารถจำลองตัวตนผู้ใช้ Facebook ให้โพสต์และคุยแชตแทนเจ้าของบัญชีตัวจริงหลังเสียชีวิตไปแล้วได้
ภาพจาก : Mijansk786 / shutterstock.com
Meta บริษัทเจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลอย่าง Facebook และ Instagram ได้จดสิทธิบัตรเทคโนโลยี AI รูปแบบใหม่ที่สามารถจำลองพฤติกรรมของผู้ใช้บนโซเชียลมีเดีย รวมถึงการโพสต์และตอบข้อความแทนเจ้าของบัญชี แม้ในกรณีที่เจ้าของบัญชีจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม
สิทธิบัตรดังกล่าวได้รับการอนุมัติเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2025 โดยแนวคิดหลักก็คือการใช้โมเดลภาษา AI ขนาดใหญ่เพื่อเรียนรู้และเลียนแบบพฤติกรรมออนไลน์ของผู้ใช้จากข้อมูลในอดีต เช่น โพสต์ คอมเมนต์ ข้อความแชต ข้อความเสียง การกดไลก์ และการโต้ตอบอื่น ๆ บนแพลตฟอร์ม ซึ่งระบบนี้สามารถตอบข้อความ โพสต์อัปเดต หรือส่งข้อความหาผู้อื่นได้ในลักษณะที่เหมือนกับเจ้าของบัญชีจริง
เทคโนโลยีนี้สามารถใช้เพื่อจำลองผู้ใช้ในช่วงที่ไม่อยู่บนแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นการหยุดใช้งานชั่วคราว หรือแม้กระทั่งในกรณีที่ผู้ใช้จะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม ระบบก็ยังสามารถโต้ตอบได้ราวกับเจ้าของบัญชียังมีชีวิตอยู่ นอกจากนี้ สิทธิบัตรยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ในอนาคตที่ AI อาจสามารถจำลองเสียง หรือแม้กระทั่งการสนทนาแบบวิดีโอคอล โดยใช้ตัวตนดิจิทัลที่สร้างขึ้นจากข้อมูลของผู้ใช้ได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม Meta ยืนยันว่าการจดสิทธิบัตรนี้ไม่ได้หมายความว่าจะมีการพัฒนาฟีเจอร์ดังกล่าวจริง โดยโฆษกของบริษัทได้ระบุว่า ปัจจุบัน Meta ยังไม่มีแผนที่จะพัฒนาเทคโนโลยีนี้ และอธิบายว่าการจดสิทธิบัตรมักเป็นเพียงการปกป้องแนวคิด ซึ่งอาจไม่ถูกนำมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์จริงเสมอไป แต่แนวคิดเรื่อง AI จำลองตัวตนผู้เสียชีวิตนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเมื่อปี 2023 Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Meta เคยให้สัมภาษณ์ว่า AI อาจช่วยให้ผู้คนสามารถโต้ตอบกับความทรงจำของคนที่รักได้ และ Meta อาจมีความสามารถในการสร้าง AI จำลองตัวตนบุคคลในอนาคต แต่ก็มีการเน้นย้ำว่าการใช้งานเทคโนโลยีลักษณะนี้ควรขึ้นอยู่กับความยินยอมของเจ้าของข้อมูลเป็นหลักด้วย
ปัจจุบันแนวคิดลักษณะนี้เริ่มปรากฏในบางสตาร์ตอัปแล้ว โดยมีการพัฒนาแอปพลิเคชันที่สามารถสร้างตัวตนดิจิทัลของผู้เสียชีวิต เพื่อให้ญาติหรือคนใกล้ชิดสามารถโต้ตอบได้ ซึ่งจุดประกายทั้งความสนใจและข้อถกเถียงด้านจริยธรรม เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกับแนวคิดในซีรีส์แนวดิสโทเปียชื่อดังอย่าง Black Mirror





