โทรศัพท์ร้อนเร็วเกิดจากอะไร อันตรายหรือไม่ เครื่องร้อนนาน ๆ จะเกิดผลเสียอะไรกับโทรศัพท์มือถือบ้าง มาดูวิธีลดความร้อนโทรศัพท์กันว่าต้องทำอย่างไร
เชื่อว่าหลายคนที่ใช้งานโทรศัพท์มือถือหนัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม ดูวิดีโอ สตรีมมิ่ง หรือแม้แต่การไถโซเชียลเพลิน ๆ เป็นเวลานาน คงเคยเจอกับปัญหาโทรศัพท์ร้อนอย่างกับเตารีดกันมาบ้าง เวลาจับทีไรก็แอบหวั่นใจไม่ได้ว่าเครื่องจะระเบิดคามือหรือเปล่า วันนี้เราจึงจะพามาไขข้อข้องใจกันแบบชัด ๆ ว่าโทรศัพท์ร้อนนั้นอันตรายจริงไหม พร้อมรวมทริกวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นมาฝากกัน
โทรศัพท์ร้อนเกิดจากอะไร อันตรายไหม ?
เมื่อจับมือถือแล้วรู้สึกร้อนเกินปกติ เป็นใครก็ต้องตกใจและแอบกังวล แต่ในความเป็นจริงแล้ว การที่โทรศัพท์อุ่นขึ้นนั้นถือเป็นเรื่องปกติเมื่อมีการดึงพลังงานจากแบตเตอรี่มาใช้เยอะ ๆ หรือระหว่างการชาร์จไฟ แต่ถ้าหากโทรศัพท์ร้อนจัดจนแทบจับไม่ได้ หรือมีข้อความแจ้งเตือนอุณหภูมิขึ้นบนหน้าจอ อันนี้ถือว่าเริ่มเป็นสัญญาณเตือนภัยแล้ว ซึ่งความอันตรายจากโทรศัพท์ร้อนจัดนั้นส่งผลกระทบหลัก ๆ ดังนี้
-
แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็ว ความร้อนคือศัตรูตัวฉกาจของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ยิ่งร้อนบ่อย แบตเตอรี่ก็จะยิ่งเก็บไฟได้น้อยลงและเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร
-
ฮาร์ดแวร์ภายในเสียหาย ความร้อนสะสมอาจทำให้กาวที่ยึดชิ้นส่วนต่าง ๆ (เช่น หน้าจอ ฝาหลัง) ละลาย หรือทำให้ชิปประมวลผลทำงานผิดปกติและรวนได้
-
ความเสี่ยงแบตเตอรี่บวมและระเบิด หากความร้อนสูงจัดร่วมกับการใช้อุปกรณ์ชาร์จที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือแบตเตอรี่เสื่อมสภาพอย่างหนัก อาจทำให้แบตเตอรี่บวม ดันหน้าจอหรือฝาหลังออกมา และเสี่ยงต่อการลุกไหม้ได้ ถึงแม้ว่าโอกาสเกิดจะต่ำ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
วิธีแก้ปัญหาโทรศัพท์ร้อน ทำยังไงได้บ้าง ?
หากพบว่ามือถือกำลังร้อนฉ่า แนะนำให้ลองใช้วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นเหล่านี้เพื่อลดอุณหภูมิเครื่องอย่างปลอดภัย
1. หลีกเลี่ยงการใช้งานหนักต่อเนื่องนานเกินไป
การเล่นเกมหรือดูวิดีโอเป็นเวลานานทำให้ CPU และ GPU ทำงานหนัก ส่งผลให้เครื่องร้อน ควรพักเครื่องเป็นระยะเพื่อลดความร้อนสะสม
2. ถอดเคสออกเมื่อเครื่องร้อน
เคสมือถือบางชนิด (โดยเฉพาะเคสยางหนา ๆ หรือเคสกันกระแทก) เป็นตัวกักเก็บความร้อนชั้นดี หากเครื่องร้อน ให้ถอดเคสออกแล้ววางพักเครื่องไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อให้เครื่องระบายความร้อนได้เร็วขึ้น
3. หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ขณะชาร์จแบตฯ
หากเครื่องร้อนจัดระหว่างชาร์จแบตเตอรี่ ให้ถอดปลั๊กออกทันที ปล่อยให้เครื่องเย็นลงก่อนแล้วค่อยชาร์จใหม่ และที่สำคัญควรใช้สายชาร์จและอะแดปเตอร์ที่ได้มาตรฐานเสมอ
4. ปิดแอปพลิเคชันที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง
บางครั้งแอปฯ ที่เราเปิดค้างไว้เยอะ ๆ หรือแอปฯ ที่มีการดึงข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง (GPS) ตลอดเวลา จะทำให้ CPU ทำงานหนักและเกิดความร้อน ให้ทำการเคลียร์แอปฯ เบื้องหลัง (Swipe up หรือ Clear all) ออกให้หมด
5. ลดความสว่างหน้าจอ
หน้าจอเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมาก หากตั้งความสว่างสูงตลอดเวลา เครื่องอาจร้อนง่าย จึงควรปรับความสว่างให้เหมาะสมกับการใช้งาน
6. หลีกเลี่ยงการวางมือถือตากแดด
อย่าวางโทรศัพท์ทิ้งไว้ในรถที่จอดตากแดด หรือวางบนโต๊ะริมหน้าต่างที่แสงแดดส่องถึงโดยตรง เพราะความร้อนจากภายนอกจะยิ่งไปเพิ่มอุณหภูมิให้เครื่อง
7. อัปเดตซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ
บางครั้งปัญหาเครื่องร้อนอาจเกิดจากบั๊กของระบบปฏิบัติการหรือตัวแอปพลิเคชัน การอัปเดตซอฟต์แวร์และแอปฯ ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด จะช่วยแก้ไขข้อบกพร่องและทำให้ระบบจัดการพลังงานได้ดีขึ้น
8. รีสตาร์ตเครื่องเป็นระยะ
การปิดและเปิดเครื่องใหม่ เป็นการเคลียร์ระบบทั้งหมด ช่วยหยุดการทำงานของบางโปรแกรมที่อาจรันค้างและทำให้เครื่องทำงานหนักได้
9. ปิดฟังก์ชันที่ไม่ได้ใช้งาน
ลดภาระการทำงานของเครื่องด้วยการปิดฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น ปิด Bluetooth, Wi-Fi หรือ Hotspot หากไม่ได้ใช้ รวมถึงปิด GPS หรือ Location Services
เอาโทรศัพท์แช่ตู้เย็นได้ไหม ?
หลายคนเข้าใจผิดว่าเอาเครื่องไปแช่ตู้เย็นหรือจ่อหน้าช่องแอร์ จะช่วยให้เย็นเร็วขึ้น ขอเตือนว่าห้ามทำเด็ดขาด เพราะการเปลี่ยนอุณหภูมิอย่างฉับพลันจะทำให้เกิดความชื้นและหยดน้ำภายในแผงวงจร ซึ่งจะทำให้มือถือช็อตและพังถาวรได้ทันที ให้ใช้วิธีเป่าพัดลมธรรมดาก็เพียงพอแล้ว
การหมั่นสังเกตอุณหภูมิและดูแลรักษาโทรศัพท์มือถืออย่างถูกวิธี จะช่วยยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ให้อยู่กับเราไปได้อีกนานเลยทีเดียว





