เคยสงสัยไหมว่า แ ก็เหมือน เ สองตัววางติดกัน แล้วทำไมคีย์บอร์ดภาษาไทยต้องมีปุ่ม แ แยกต่างหาก มาดูคำตอบว่าทั้งเรื่องภาษาไทยและระบบคอมพิวเตอร์เกี่ยวข้องกันอย่างไร
หลายคนอาจจะเคยมีคำถามในใจว่า ทำไมคีย์บอร์ดภาษาไทยถึงต้องมีปุ่ม แ แยกออกมาโดยเฉพาะ ทั้งที่เวลาเรามองตัวอักษรแล้ว แ ก็ดูคล้ายกับการเอา เ มาวางติดกัน 2 ตัว จนอดคิดไม่ได้ว่า แล้วทำไมไม่ใช้วิธีกดสระ เ สองครั้งแทนไปเลย ?
ความจริงแล้ว แ กับ เ สองตัว ไม่ได้เป็นตัวเดียวกันในทางภาษาหรือในระบบคอมพิวเตอร์ ดังนั้นการมีปุ่ม แ แยกต่างหากจึงไม่ได้เกิดขึ้นเพราะออกแบบคีย์บอร์ดให้ซับซ้อนเล่น ๆ แต่เกี่ยวข้องกับทั้งหลักการเขียนภาษาไทยและวิธีที่คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลตัวอักษร
แ ไม่ได้หมายถึง เ สองตัว
สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจก็คือ แม้หน้าตาของ แ จะเหมือนกับ เ จำนวน 2 ตัวที่วางติดกัน แต่ในภาษาไทย แ ไม่ได้เกิดจากการนำ เ สองตัวมาต่อกันทั้งในทางภาษาและในทางคอมพิวเตอร์ แต่เป็นอักขระคนละตัวที่มีหน้าที่และรหัส Unicode ของตัวเอง
ทำไมพิมพ์ เ สองครั้งถึงไม่เปลี่ยนเป็น แ ให้เลย ?
ในระบบคอมพิวเตอร์ ตัวอักษรแต่ละตัวจะมีรหัสของตัวเอง โดย เ และ แ เป็นคนละรหัส Unicode กัน ดังนั้นการพิมพ์ เ + เ จึงออกมาเป็น เเ จึงหมายถึงมีตัวอักษร เ จำนวน 2 ตัวจริง ๆ ไม่ได้เท่ากับการพิมพ์ตัว แ ซึ่งเรื่องนี้มีผลต่อการค้นหาข้อความ การคัดลอก การประมวลผลภาษา การตรวจคำ และการทำงานของโปรแกรมต่าง ๆ และถ้าหากสังเกตดี ๆ จะพบว่าระยะความห่างของทั้งสองตัวจะต่างกันด้วย
ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่า ตัวอักษรภาษาอังกฤษ W กับ VV เป็นคนละตัวกัน ต่อให้หน้าตาของ W จะดูเหมือน V สองตัว แต่คอมพิวเตอร์ไม่ได้มองจากรูปร่าง มันมองจากรหัสของตัวอักษร
ถึงแม้ว่าโปรแกรมหรือระบบป้อนข้อความสามารถตั้งกฎได้ว่า ถ้าผู้ใช้กด เ สองครั้งติดต่อกัน ให้เปลี่ยนเป็น แ แต่ปัญหาคือวิธีนี้จะสร้างความกำกวมทันที เพราะคอมพิวเตอร์ต้องคอยเดาว่า การกด เ สองครั้งนั้น ผู้ใช้ต้องการ เ สองตัวหรือ แ กันแน่
นอกจากนี้ ถ้าต้องรอการกดครั้งที่สองทุกครั้ง ระบบก็อาจต้องเพิ่มเวลาเล็กน้อยเพื่อดูว่าผู้ใช้จะกดซ้ำหรือไม่ ซึ่งไม่เหมาะกับการพิมพ์ที่ต้องการความต่อเนื่องและแม่นยำ






