ชวนดู 5 เหตุผลที่ควรเลิกใช้ LINE คุยงาน หลายบริษัทชอบใช้เพราะฟรีและง่าย แต่เสี่ยงข้อมูลรั่ว ไฟล์หาย และงานตามถึงบ้าน
ถ้าหากว่าบริษัทคุณยังสั่งงานผ่านกลุ่ม LINE อยู่ อยากจะบอกว่าคุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว… เนื่องจาก LINE ใช้ง่ายและฟรี จึงกลายเป็นแอปฯ คุยงานของคนไทยไปโดยปริยาย แต่เบื้องหลังความสะดวกคือความเสี่ยงเรื่องข้อมูลรั่ว งานหาย และงานที่ตามมาถึงบ้าน วันนี้เราจึงจะชวนมาดูทั้งเหตุผลที่หลายบริษัทเลือกใช้ LINE และเหตุผลที่ควรเลิกใช้ซะที !
ทำไมหลายบริษัทถึงเลือกใช้ LINE คุยงาน ?
คำตอบง่ายมาก เพราะ LINE เป็นแอปฯ ที่คนไทยทุกคนใช้กันอยู่แล้ว จึงมีข้อดีที่แอปฯ อื่น ๆ สู้ยาก
-
ไม่ต้องติดตั้งใหม่ ไม่ต้องสอน พนักงานทุกคนมีบัญชีอยู่แล้ว
-
ฟรี ไม่มีค่าสมาชิกรายเดือนต่อคน
-
ใช้ง่ายทุกวัย ตั้งแต่เด็กจบใหม่ Gen Z ไปจนถึงผู้บริหารรุ่น Baby Boomer
-
ลูกค้าและซัพพลายเออร์ก็อยู่บน LINE ติดต่อได้ทันที
-
ครบในแอปฯ เดียว ส่งรูป ไฟล์ โทร และวิดีโอคอลได้หมด
เหตุผลเหล่านี้ฟังขึ้นทั้งหมด แต่ปัญหาคือ LINE ถูกออกแบบมาเพื่อคุยกับเพื่อนและครอบครัวมากกว่า ไม่ใช่เพื่อให้บริษัทไว้ใช้คุยและส่งงานที่เป็นข้อมูลสำคัญ
5 เหตุผลที่ไม่ควรใช้ LINE คุยงาน
1. ต้องใช้บัญชีส่วนตัวของพนักงาน
ในหลาย ๆ กรณีบัญชี LINE ของพนักงานอาจตั้งชื่อเป็นนามปากกาหรือใช้รูปโปรไฟล์ที่ไม่ใช่รูปจรง ทำให้การติดต่อระหว่างคนในบริษัทหรือลูกค้าต่าง ๆ อาจเกิดความสับสน และการจะบังคับให้พนักงานตั้งชื่อหรือใช้รูปตามที่บริษัทต้องการก็ถือเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว ส่วนการจะสมัครบัญชีแยกนั้นก็ค่อนข้างยุ่งยาก
2. เสี่ยงข้อมูลรั่วไหล
บริษัทบังคับการตั้งค่าความปลอดภัยบนบัญชีพนักงานไม่ได้ ถ้าบัญชีถูกหลอกขอ OTP มิจฉาชีพก็เห็นทุกกลุ่มงานทันที อีกทั้งยังมีโอกาสที่จะส่งไฟล์งานผิดเข้ากลุ่มคนนอกบริษัท ทำให้เสียงที่ข้อมูลภายในบริษัทจะรั่วไหลออกไป
3. ไฟล์หมดอายุ หางานเก่าไม่เจอ
รูป วิดีโอ และไฟล์ในแชทอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ LINE แค่ช่วงเวลาหนึ่ง ใบเสนอราคาหรือสัญญาที่ไม่มีใครเซฟเก็บไว้จึงหายได้ ทุกเรื่องยังปนกันในห้องเดียว จะหาข้อสรุปเมื่อ 3 เดือนก่อนต้องไถแชทย้อนหลังนาน
4. งานตามมาถึงบ้าน
แชตงานอยู่ในแอปฯ เดียวกับแชตครอบครัวและเพื่อนฝูง เปิดมาตอนสองทุ่มก็เจองาน บวกกับระบบ "อ่านแล้ว" ที่ทำให้หากเผลอกดเข้าไปอ่านก็จะรู้สึกว่าต้องตอบหรือทำตามคำสั่งทันที
5. เชื่อมกับเครื่องมืออื่นไม่ได้
แอปฯ งานสมัยใหม่เชื่อมปฏิทิน ไดรฟ์ ระบบจัดการงาน และระบบอนุมัติได้ ซึ่ง LINE ส่วนตัวทำแบบนั้นไม่ได้ ตอนทีมมี 5 คนยังพอไหว แต่เมื่อบริษัทโตเป็นหลักร้อยคน ความวุ่นวายจะกลายเป็นต้นทุนที่แพงกว่าค่าแอปฯ หลายเท่า
แอปคุยงานที่ควรใช้แทน LINE
ปัจจุบันมีหลายแอปฯ ที่ออกแบบมาสำหรับใช้คุยงานโดยเฉพาะ ซึ่งจะให้บริษัทเป็นเจ้าของบัญชี ตัดสิทธิ์คนลาออกได้ทันที และแยกงานออกจากชีวิตส่วนตัวได้ชัดเจน เช่น Microsoft Teams, Slack หรือ LINE WORKS ที่เป็นบริการเสริมของ LINE เอง หรือถ้าอยากใช้งานฟรีก็อาจเลือกแอปฯ แชตอื่น ๆ ที่ไม่ปะปนกับการใช้งานในชีวิตประจำวันและไฟล์ไม่หมดอายุ เช่น Telegram, WhatsApp หรือใช้ Facebook แบบสร้างโปรไฟล์แยก เป็นต้น
ย้ายออกจาก LINE ยังไงให้ทีมไม่งง
-
ให้ผู้บริหารประกาศเอง พร้อมเหตุผลและวันเริ่มใช้ที่ชัดเจน
-
นำร่องทีมเดียว 2-4 สัปดาห์ แล้วให้ทีมนั้นช่วยสอนทีมอื่น
-
ตั้งกติกาสั้น ๆ เช่น เรื่องงานคุยในแอปฯ บริษัทเท่านั้น และไม่ต้องตอบหลังเลิกงานถ้าไม่ด่วน
-
เซฟไฟล์สำคัญออกจากกลุ่มเก่า แล้วปิดกลุ่มตามกำหนด ส่วนลูกค้าให้คุยผ่าน LINE Official Account ของบริษัทแทนบัญชีส่วนตัว
LINE ไม่ใช่แอปฯ ที่ไม่ดี แต่ไม่ใช่แอปฯ ที่สร้างมาเพื่องานบริษัท การย้ายไปใช้แอปฯ คุยงานที่บริษัทเป็นเจ้าของบัญชีจะช่วยให้ข้อมูลปลอดภัย งานไม่หาย และพนักงานได้เลิกงานจริง ๆ เสียที ส่วน LINE ก็ไว้กลับไปใช้คุยกับเพื่อนและครอบครัวเหมือนเดิม






